วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

BA205g10

จัดทำบทความโดย

นางสาว ชุติมา สอนผิว เลขทะเบียน 5001208030




เรื่อง โยกตู้ออนไลน์ขายสลากออมสิน
กรณ์บุกมอบนโยบายธนาคารออมสิน อุ้มตู้หวยออนไลน์ ขณะที่ธนาคารหวั่นขัดกฎหมาย
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ธนาคารออมสินไปพิจารณาแนวทางการนำเครื่องจำหน่ายสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวแบบอัตโนมัติ หรือหวยออนไลน์ ไปใช้ในการออกสลากออมสินว่าทำได้หรือไม่
โดยเมื่อรัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายให้ออกหวยออนไลน์ จึงจำเป็นต้องหาทางเลือกเพื่อรักษาสัญญาที่ทำไว้กับเอกชนโดยภาครัฐไม่มีค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งกรณีสลากออมสินถือว่าเป็นหนึ่งในหลายทางเลือกที่คิดไว้ รวมถึงสลากออมทรัพย์ทวีสินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็ยึดหลักการเดียวกัน
นอกจากนี้ การนำเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์ไปจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็ถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่เร่งศึกษา เพื่อให้ทันกับการพิจารณาของคณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น

“รัฐบาลยืนยันว่าเคารพสัญญาที่ทำไว้กับเอกชนทุกสัญญา ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการในประเทศหรือต่างประเทศ โดยจะไม่มีการฉีกสัญญาอย่างแน่นอน” นายกรณ์ กล่าว

สำหรับการแก้ไขปัญหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่เกินราคานั้น สำนักงานสลากฯ จำเป็นต้องจำหน่ายลอตเตอรี่ผ่าน พ่อค้าคนกลาง เนื่องจากกองสลากฯ มีนโยบายขายขาด เพราะต้องการรายได้ทั้งหมด แต่ได้ให้ไปศึกษาว่า จะใช้วิธีขายได้งวดละเท่าไหร่ก็เก็บรายได้เท่านั้นได้หรือไม่ เพราะหากยังขายขาดอยู่ ก็แก้ปัญหาการกระจุกตัวของลอตเตอรี่ยาก เนื่องจากที่ผ่านมามีการรื้อโควตาไปหลายรอบ แต่สุดท้ายก็กลับมาที่รายใหญ่เหมือนเดิม เพราะรายย่อยไม่มีศักยภาพ

อย่างไรก็ดี หากไม่ใช้วิธีขายขาดลอตเตอรี่ ก็จะมีผลกระทบกับการจ่ายรางวัล ซึ่งอาจมีผลทำให้ประชาชนสนใจซื้อลอตเตอรี่น้อยลง และอาจหันไปเล่นหวยใต้ดินมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องคิดให้รอบคอบ

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารคงต้องขอระยะเวลาในการศึกษาการนำเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์มาจำหน่ายสลากออมสิน โดยคิดว่าหากเป็นรูปแบบหนึ่งในเรื่องการออมก็น่าจะทำได้ เพียงแต่ต้องดูว่าระบบคอร์แบงกิงของธนาคารจะสามารถรองรับได้หรือไม่ด้วย รวมถึงว่ากฎหมายของธนาคารอนุญาตให้ทำได้หรือไม่ด้วย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท จีเทค คอร์ปอเรชั่น ว่า หากไม่ต้องการให้มีการฟ้องร้องกัน สิ่งแรกก็ต้องไปพิจารณาคือความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ ต้องประเมินให้ตรงกันว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ จากนั้นจึงมาพิจารณาว่าความเสียหายที่จะต้องชดเชยจะใช้รูปแบบใดโดยมอบให้คณะกรรมการฯ ที่มีนายเกียรติ สิทธีอมร เป็นประธานพิจารณาดูอยู่ จะมี 2 ส่วนที่ต้องแยกกัน ว่าในส่วนของเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติหรือหวยออนไลน์ กับส่วนที่บริษัทต้องเสียโอกาสในการที่จะได้รายได้ในส่วนนี้

ก่อนหน้านี้ นายตรีจักร ตัณฑ์ศุภศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี ระบุต่อคณะกรรมาธิการว่าค่าชดเชยต่ำสุดน่าจะอยู่ที่ 400 ล้านบาท หรือสูงสุดไม่น่าเกิน 1,800 ล้านบาทนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ เพราะส่วนใหญ่ต้องคำนวณจากการที่บริษัทจะมีรายได้ 0.75 บาทต่อคนที่เล่น เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งก็ต้องไปดูว่าตอนที่ทำโครงการมีการประมาณการไว้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม การชดเชยไม่จำเป็นต้องเป็นรูปของเงินอย่างเดียว อาจจะมีการปรับรูปแบบของโครงการในสัญญาไปในลักษณะที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล

ที่มา : http://www.posttoday.com/finance.php?id=85579

คำถามท้ายเรื่อง

1. สำนักงานสลากฯแก้ไขปัญหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่เกินราคาอย่างไร

2. หากไม่ใช้วิธีขายขาดลอตเตอรี่ จะมีผลกระทบกับประชาชนอย่างไร

3. กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยีคือใคร และเขาระบุต่อคณะกรรมาธิการว่าอย่างไร

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

จัดทำบทความโดย

นาย นพดล ไทรวิมาน เลขทะเบียน 5001208031

เรื่อง กสิกรไทยเผยยอดขาย LTF/RMF กว่า 8 พันล้าน

นาย รพี สุจริตกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย ขอแสดงความขอบคุณผู้ลงทุนที่ให้คสามไว้วางใจลงทุนกองทุน LTF/RMF ในปี 2552 อย่างล้นหลาม ซึ้งเป็นผลมาจากความสนใจในการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความตั้งใจของบลจ.กสิกรไทย ในการตอบแทนผู้ลงทุนด้วยการมอบ Cash Back สูงสุดถึง 12,000 บาท และการอำนวยความสะดวกด้วยการซื้อผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทยและให้คะแนนสะสม 25 บาท ต่อ 1 คะแนน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดให้ผู้ลงทุนได้นำคะแนนสะสมจากการซื้อกองทุนซึ่งสูงสุดถึง 60,000 คะแนนไปแลกเป็นของสมนาคุณอื่นๆ ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสะสมหรือตั๋วเครื่องบินของสายการบินที่ร่วมรายการ
ยอดซื้อสุทธิกองทุน LTF / RMF ในปี2552 ถือว่าเป้นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ที่ 8,000-9,000 ล้านบาท ในขณะที่ประมาณการยอด Cash Back ที่จะตอบแทนผุ้ลงทุนมีมูลค่าถึง 47 ล้านบาท ทั้งนี้โปรโมชั่น Cash Back และการเปิดให้ซื้อกองทุน LTF/RMF ค้วยบัตรเครดิตกสิกรไทยยังมีอีกต่อเนื่องถึงวันที่ 29 ม.ค. 2553 และ บลจ.กสิกรไทย จะทำหารโอน Cash Back เข้าบัญชีเงินฝาก และโอนคะแนนสะสทบัตรเครดิตภายในเดือนมีนาคม 2553 นาย รพี กล่าว
สำหรับผู้ลงทุนรายใหม่ที่ให้ความสนใจซื้อกองทุน LTF/RMF ของ บลจ.กสิกรไทย ในปี 2552 นั้นมีจำนวนสูงขึ้นถึง 23,355 ราย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.36 จากปี 2551 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิถาพของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ครอบคลุมทุกสิ่งอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหนีงสื่อพิมพ์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต ดดนเฉพาะโฆษณาทางโทรทัศน์ รวมถึงการขยายเวลาการทำการของบางสาขาถึงเวลา 21.00 ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมช่วยเพิ่มความสะดวกในการซื้อกองทุน LTF/RMF มากยิ่งขึ้น
คำถามท้ายบท
1. LTF และ RMF คืออะไร
2. ยอดซื้อสุทธิที่ กสิกรไทย ได้ตั้งเป้าไว้คือเท่าไรถึงเท่าไร
3.ผู้ลงทุนรายใหม่ที่ให้ความสนใจที่จะลงทุนมีจำนวนกี่ราย ของปี 2552