วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

BA205g10

จัดทำบทความโดย



นาย นพดลไทรวิมาน เลขทะเบียน 5001208031



เรื่อง พาณิชย์ชี้โทษจำ-ปรับ ฉวยข้นราคาสดช่วงตรุษจีน

การค้าภายใน จ.บุรีนัมย์ ออกตรวจราคาเนื้อหมูเป็ดไก่และพืชผักในตลาดต้องปรามไม่ให้พ่อค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาช่วงครุษจีน ชี้เอาผิดโทษทั้งจำ-ปรับ

นาย พงษ์ศักดิ์ วรวงศ์ การค้าภายในจังหวัดบุรีรัมย์ได้นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจเขียงหมูชำแหละแผงจำหน่ายเป็ด ไก่ และ พืช ผัก ใบตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อปรามไม่ให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาศปรับขึ้นราคาหรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาเอาเปรียบผู้บิโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน

จากการออกตรวจพบว่าเนื้อหมู เป็ด ไก่ และพืชผักหลายชนิด ได้มีการปรับขึ้นราคา 5-10 บาทเช่น หมูและไก่ จากเดิมกิโลกรัมละ 120 ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 130 บาทสวนผักคาน้าและผักกาดข้าว จากกิโลกรัมละ 25 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 35-40 บาท โดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอ้างว่าที่มีการปรับขึ้น เนื่องจากต้นทุนที่รับจากพ่อค้ามาเพื่มขึ้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับราคาขึ้นเช่นกัน

นาย พงษ์ศักดิ์ วรวงศ์ หารค้าถายในจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า หากตรวจพบว่าพ่อค้าแม่ค้ารายใด ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าแพงเกินความเป็นจิง ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากไม่ปิดป้ายแสดงก็มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ทั้งนี้หากประชาชนรายใดถูกเอารัดเอาเปรียบสามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานการค้าภายในจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือร้องเรียกผ่านสายด่วนแม่บ้าน 1596 เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปตรวจสอบ และดำเนินการเอาผิดกับพ่อค้าแม่ค้าดังกล่าวต่อไป

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com

คำถามท้ายบท

1.ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงต้องออกตรวจราคาตามตลาด
2.กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ามีข้ออ้างอย่างไรในการปรับขึ้นราคา
3.การฉวยขึ้นราคาสินค้ามีโทษอย่างไร

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

BA205G10

จัดทำบทความโดย


นางสาว ชุติมา สอนผิว เลขทะเบียน 5001208030


เรื่อง หุ้นไทยโอกาสติดลบ แนะเก็งกำไรพลีงงาน

นัดวิเคราะห์ คาด หุ้นไทยวันนี้ มีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในทิศทางติดลบ แนะนำลงทุนที่จะเข้าเก็งกำไรในกลุ่มพลังงาน ดดนให้แนวต้านที่ 700.703 จุด ส่วนแนวรับที่ 688 จุด

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 53 นายชัย จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสัน จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดปรับตัวอ่นค่าลงแต่ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดตาดเน้นให้นักลงทุนจับตาหุ้นประเทศเป็นหลัก

ปัจจัยต่างประเทศที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นที่วันนี้ ตัวเลขการทำสัญญาขายบ้านรอปิดการขายที่ดีตามคาด่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 111.39 จุด หรือ 1.09% เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังตัวเลขยอดขายบ้านออกมาดีตามที่ตลาดคาดไว้

ส่วนปัจจัยภายในประเทศ ยังคงต้องจับตากระแสข่าวทางด้านการเมือง แต่คาดว่าหากเหตุการยังไม่รุนแรง จึงติดว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อหุ้นไทยในระยะเวลานี้

ที่มา www.norsorpor.com

คำถามท้ายเรื่อง

1.นักวิเคราะห์คาดการไว้ว่า หุ้นไทยมีแนวโน้วที่จะดีขึ้นหรือแย่ลง

2.นักวิเคราะห์คาดว่าปัจจัยต่างประเทศที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นที่วันนี้มีอะไรบ้าง

3.ปัจจัยภายในประเทศที่ควรระวังมีอะไรบ้าง

BA205G10

จัดทำโดย

นาย นพดล ไทรวิมาน เลขทะเบียบ 5001208031

เรื่อง น้ำมันพุ้ง $3- หุ้นมะกันทะยานแรงตามผลประกอบการบริษัทยักษ์

เอเอฟพี - ราคาน้ำมันพุ้งขึ้นอีกเกือบ 3 ดอลลาร์เมื่อวันอังคาร หนังตลาดมองในแง่ดีต่อการเติมโตทางเศรษฐกิจซึ่งจะส่งผลกระทบทางบวกแก่อุประสงค์พลังงานขณะที่วอลล์สตรีทก็ทะยานแรงจากรายงานผลประกอบการบริษัทยักษ์และข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์

สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐ งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 2.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 77.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมาเดือนเดียวกัน เพิ่มขึ้น 2.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปิดที่ 76.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐ วานนี้ พุ้งขึ้นแรงเช่นกัน จากแรงหนุนรายงานผลประกอบการอันแข็งแกร่งของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆและยอดจำหน่ายบ้านที่บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

ดัชนีหุ้นโจนส์ เพิ่มขึ้น 111.39 จุด (1.09 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 10,296.92 จุด แนสแดด เพิ่มขึ้น 18.86 จุด (0.87เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,190.06 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 14.13 จุด ปิดที่ 1,103.31

ความเคลื่อนไหวของตลาดขานรับต่อรายงานประกอบการไตรมาส 4 อันสดใสบริษัทต่าง เช่น ยูพีเอส บริษัทขนส่งสนค้ายักษ์ใหญ่, ดาว เคมิคอล และ ดี อาร์ฮอร์ตัน ซึ่งทั้งหมดมีกำไรมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

ที่มา www.khum.net/news-read/1406249

คำถามท้ายเรื่อง

1.สัญญาน้ำดิบของสหรัฐ เพิ่มขึ้นที่เท่าไร ปิดตัวลงที่เท่าไร
2.เบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน เพิ่มขึ้นที่เท่าไร ปิดตัวที่เท่าไร
3.บริษัทอะไรบ้าง ที่มีกำไรมากมายกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการไว้

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

BA205g10

จัดทำบทความโดย

นางสาว ชุติมา สอนผิว เลขทะเบียน 5001208030




เรื่อง โยกตู้ออนไลน์ขายสลากออมสิน
กรณ์บุกมอบนโยบายธนาคารออมสิน อุ้มตู้หวยออนไลน์ ขณะที่ธนาคารหวั่นขัดกฎหมาย
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ธนาคารออมสินไปพิจารณาแนวทางการนำเครื่องจำหน่ายสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวแบบอัตโนมัติ หรือหวยออนไลน์ ไปใช้ในการออกสลากออมสินว่าทำได้หรือไม่
โดยเมื่อรัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายให้ออกหวยออนไลน์ จึงจำเป็นต้องหาทางเลือกเพื่อรักษาสัญญาที่ทำไว้กับเอกชนโดยภาครัฐไม่มีค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งกรณีสลากออมสินถือว่าเป็นหนึ่งในหลายทางเลือกที่คิดไว้ รวมถึงสลากออมทรัพย์ทวีสินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็ยึดหลักการเดียวกัน
นอกจากนี้ การนำเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์ไปจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็ถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่เร่งศึกษา เพื่อให้ทันกับการพิจารณาของคณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น

“รัฐบาลยืนยันว่าเคารพสัญญาที่ทำไว้กับเอกชนทุกสัญญา ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการในประเทศหรือต่างประเทศ โดยจะไม่มีการฉีกสัญญาอย่างแน่นอน” นายกรณ์ กล่าว

สำหรับการแก้ไขปัญหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่เกินราคานั้น สำนักงานสลากฯ จำเป็นต้องจำหน่ายลอตเตอรี่ผ่าน พ่อค้าคนกลาง เนื่องจากกองสลากฯ มีนโยบายขายขาด เพราะต้องการรายได้ทั้งหมด แต่ได้ให้ไปศึกษาว่า จะใช้วิธีขายได้งวดละเท่าไหร่ก็เก็บรายได้เท่านั้นได้หรือไม่ เพราะหากยังขายขาดอยู่ ก็แก้ปัญหาการกระจุกตัวของลอตเตอรี่ยาก เนื่องจากที่ผ่านมามีการรื้อโควตาไปหลายรอบ แต่สุดท้ายก็กลับมาที่รายใหญ่เหมือนเดิม เพราะรายย่อยไม่มีศักยภาพ

อย่างไรก็ดี หากไม่ใช้วิธีขายขาดลอตเตอรี่ ก็จะมีผลกระทบกับการจ่ายรางวัล ซึ่งอาจมีผลทำให้ประชาชนสนใจซื้อลอตเตอรี่น้อยลง และอาจหันไปเล่นหวยใต้ดินมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องคิดให้รอบคอบ

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารคงต้องขอระยะเวลาในการศึกษาการนำเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์มาจำหน่ายสลากออมสิน โดยคิดว่าหากเป็นรูปแบบหนึ่งในเรื่องการออมก็น่าจะทำได้ เพียงแต่ต้องดูว่าระบบคอร์แบงกิงของธนาคารจะสามารถรองรับได้หรือไม่ด้วย รวมถึงว่ากฎหมายของธนาคารอนุญาตให้ทำได้หรือไม่ด้วย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท จีเทค คอร์ปอเรชั่น ว่า หากไม่ต้องการให้มีการฟ้องร้องกัน สิ่งแรกก็ต้องไปพิจารณาคือความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ ต้องประเมินให้ตรงกันว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ จากนั้นจึงมาพิจารณาว่าความเสียหายที่จะต้องชดเชยจะใช้รูปแบบใดโดยมอบให้คณะกรรมการฯ ที่มีนายเกียรติ สิทธีอมร เป็นประธานพิจารณาดูอยู่ จะมี 2 ส่วนที่ต้องแยกกัน ว่าในส่วนของเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติหรือหวยออนไลน์ กับส่วนที่บริษัทต้องเสียโอกาสในการที่จะได้รายได้ในส่วนนี้

ก่อนหน้านี้ นายตรีจักร ตัณฑ์ศุภศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี ระบุต่อคณะกรรมาธิการว่าค่าชดเชยต่ำสุดน่าจะอยู่ที่ 400 ล้านบาท หรือสูงสุดไม่น่าเกิน 1,800 ล้านบาทนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ เพราะส่วนใหญ่ต้องคำนวณจากการที่บริษัทจะมีรายได้ 0.75 บาทต่อคนที่เล่น เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งก็ต้องไปดูว่าตอนที่ทำโครงการมีการประมาณการไว้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม การชดเชยไม่จำเป็นต้องเป็นรูปของเงินอย่างเดียว อาจจะมีการปรับรูปแบบของโครงการในสัญญาไปในลักษณะที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล

ที่มา : http://www.posttoday.com/finance.php?id=85579

คำถามท้ายเรื่อง

1. สำนักงานสลากฯแก้ไขปัญหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่เกินราคาอย่างไร

2. หากไม่ใช้วิธีขายขาดลอตเตอรี่ จะมีผลกระทบกับประชาชนอย่างไร

3. กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยีคือใคร และเขาระบุต่อคณะกรรมาธิการว่าอย่างไร

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

จัดทำบทความโดย

นาย นพดล ไทรวิมาน เลขทะเบียน 5001208031

เรื่อง กสิกรไทยเผยยอดขาย LTF/RMF กว่า 8 พันล้าน

นาย รพี สุจริตกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย ขอแสดงความขอบคุณผู้ลงทุนที่ให้คสามไว้วางใจลงทุนกองทุน LTF/RMF ในปี 2552 อย่างล้นหลาม ซึ้งเป็นผลมาจากความสนใจในการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความตั้งใจของบลจ.กสิกรไทย ในการตอบแทนผู้ลงทุนด้วยการมอบ Cash Back สูงสุดถึง 12,000 บาท และการอำนวยความสะดวกด้วยการซื้อผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทยและให้คะแนนสะสม 25 บาท ต่อ 1 คะแนน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดให้ผู้ลงทุนได้นำคะแนนสะสมจากการซื้อกองทุนซึ่งสูงสุดถึง 60,000 คะแนนไปแลกเป็นของสมนาคุณอื่นๆ ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสะสมหรือตั๋วเครื่องบินของสายการบินที่ร่วมรายการ
ยอดซื้อสุทธิกองทุน LTF / RMF ในปี2552 ถือว่าเป้นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ที่ 8,000-9,000 ล้านบาท ในขณะที่ประมาณการยอด Cash Back ที่จะตอบแทนผุ้ลงทุนมีมูลค่าถึง 47 ล้านบาท ทั้งนี้โปรโมชั่น Cash Back และการเปิดให้ซื้อกองทุน LTF/RMF ค้วยบัตรเครดิตกสิกรไทยยังมีอีกต่อเนื่องถึงวันที่ 29 ม.ค. 2553 และ บลจ.กสิกรไทย จะทำหารโอน Cash Back เข้าบัญชีเงินฝาก และโอนคะแนนสะสทบัตรเครดิตภายในเดือนมีนาคม 2553 นาย รพี กล่าว
สำหรับผู้ลงทุนรายใหม่ที่ให้ความสนใจซื้อกองทุน LTF/RMF ของ บลจ.กสิกรไทย ในปี 2552 นั้นมีจำนวนสูงขึ้นถึง 23,355 ราย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.36 จากปี 2551 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิถาพของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ครอบคลุมทุกสิ่งอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหนีงสื่อพิมพ์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต ดดนเฉพาะโฆษณาทางโทรทัศน์ รวมถึงการขยายเวลาการทำการของบางสาขาถึงเวลา 21.00 ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมช่วยเพิ่มความสะดวกในการซื้อกองทุน LTF/RMF มากยิ่งขึ้น
คำถามท้ายบท
1. LTF และ RMF คืออะไร
2. ยอดซื้อสุทธิที่ กสิกรไทย ได้ตั้งเป้าไว้คือเท่าไรถึงเท่าไร
3.ผู้ลงทุนรายใหม่ที่ให้ความสนใจที่จะลงทุนมีจำนวนกี่ราย ของปี 2552

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

BA205g10

จัดทำบทความโดย
นางสาวชุติมา สอนผิว เลขทะเบียน 5001208030

เรื่อง ธปท.แจงยอดใช้เช็คหดตามเศรษฐกิจ

ธปท.เผยปริมาณการใช้เช็คในระบบลด สะท้อนภาวะเศรษฐกิจการค้าที่ยังไม่ปรับดีขึ้นมากนัก แต่ยอดเช็คเด้งน้อยลง

นายฉิม ตันติยาสวัสดิกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายระบบข้อสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) เปิดเผยว่า ยอดการใช้เช็คในระบบของไทยล่าสุด ในแง่ปริมาณเช็คทั้งระบบถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ซึ่งยังสะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเช็คคืนไม่มีเงินหรือเช็คเด้งไม่ได้เพิ่มขึ้น ทั้งระบบแล้วมีอัตราเช็คเด้งประมาณ 1.3% ใกล้เคียงกับปีก่อน
“ถึงปริมาณการใช้เช็คจะดูลดลง แต่สิ่งที่ดีคือแนวโน้มเช็คเด้งลดลง สะท้อนภาวะการค้าขายและเศรษฐกิจที่จะดีขึ้นได้ในอนาคต แต่ในระบบการชำระเงิน ธปท.จะยังเร่งพัฒนาและปรับปรุงระบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับระบบการเคลียริงต่อไป” นายฉิม กล่าว

ทั้งนี้ ธปท.รายงานข้อมูลสถิติเช็ค ล่าสุด จำแนกตามพื้นที่ของศูนย์ 3 แห่ง ทั่วประเทศ ในเดือน พ.ย.ปีนี้ พบว่า การเรียกเก็บเช็คในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลผ่านศูนย์หักบัญชีอิเล็กทรอนิกส์มีปริมาณเช็คเรียกเก็บรวมทั้งสิ้น 4.59 ล้านฉบับ เพิ่มขึ้น 3 แสนฉบับ จากเดือนก่อน 4.29 ล้านฉบับ แต่หากเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้น 9.7% โดยเช็คคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2.35 ล้านล้านบาท มีมูลค่าลดลง 5.55 หมื่นล้านบาท หรือ 2.3% จากเดือนก่อน 2.41 ล้านล้านบาท และลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน 3.9%

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนเช็คเรียกเก็บทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีปริมาณเช็คคืนไม่มีเงินหรือเช็คเด้ง 4.55 หมื่นฉบับ ลดลง 3,646 ล้านฉบับ คิดเป็นมูลค่าเช็คเด้ง 5,050 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 1,090 ล้านบาท หรือ 17.75% คิดเป็นสัดส่วนปริมาณเช็คเด้งต่อเช็คเรียกเก็บทั้งหมดที่ 1% ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีสัดส่วน 1.3%

ด้านปริมาณเช็คเรียกเก็บผ่านศูนย์อิเล็กทรอนิกส์ในเขตภูมิภาคมีจำนวนทั้งสิ้น 1.17 ล้านฉบับ เพิ่มขึ้น 2.36 หมื่นฉบับ จากเดือนก่อนที่มี 1.14 ล้านฉบับ คิดเป็นมูลค่า 2.42 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.77 หมื่นล้านบาท หรือ 7.87% เมื่อเทียบกับมูลค่าในเดือนก่อนหน้าที่ 2.24 แสนล้านบาท

โดยยอดเช็คเรียกเก็บทั้งหมดในเขตภูมิภาคมีเช็คเด้งอยู่ทั้งสิ้น 1.19 หมื่นฉบับ เพิ่มขึ้น 412 ฉบับจากเดือนก่อน คิดเป็นมูลค่า 1,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท จากเดือนก่อน คิดเป็นสัดส่วนปริมาณเช็คเด้งต่อเช็คเรียกเก็บทั้งหมดที่ 1% ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อนที่ 1.2%

ด้านเช็คเรียกเก็บข้ามเขตสำนักบัญชีทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น6.09 แสนฉบับ เพิ่มขึ้น 1.11 แสนฉบับหรือ 22.36% จากเดือนก่อน คิดเป็นมูลค่าเช็ครวม 3.17 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,830 ล้านบาท หรือ 13.7% โดยในจำนวนนี้มีเช็คเด้งอยู่ 1.37 หมื่นฉบับ ลดลง 1,034 ฉบับ คิดเป็นมูลค่าเช็คเด้ง 730 ล้านบาท ลดลง 5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเช็คเด้งข้ามเขต 2.3% ของเช็คเรียกเก็บข้ามเขตทั้งหมด


ที่มา : http://www.posttoday.com/finance.php?id=80533

คำถามท้ายเรื่อง
1. ผู้ช่วยผู้ว่าการสายระบบข้อสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คือใคร
2. ธปท. พบว่าอย่างไร จากรายงานข้อมูลสถิติเช็คล่าสุด จำแนกตามพื้นที่ของศูนย์ 3 แห่ง ทั่วประเทศ ในเดือน พ.ย. ปีนี้
3. เช็คเรียกเก็บข้ามเขตสำนักบัญชีทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้นกี่ฉบับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

จัดทำบทความโดย

นาย นพดล ไทรวิมาน เลขทะเบียน 5001208031

เรื่อง ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก ดอลล์ทรงตัวเทียบยูโร,ปอนด์ หลังอังกฤษคงดบ.-เดินหน้าโครงการซื้อสินทรัพย์



ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐขยับลงเพียง 0.04% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4730 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.4724 ยูโร/ดอลลาร์ แต่พุ่งขึ้น 0.41% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 88.220 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 87.860 เยน/ดอลลาร์

นอกจากนี้ ดอลลาร์ขยับลง 0.09% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0257 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.0266 ฟรังค์/ดอลลาร์ และขยับขึ้น 0.07% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6273 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6261 ปอนด์/ดอลลาร์

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 0.94% แตะที่ 0.9172 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันพุธที่ 0.9087 ดอลลาร์สหัรฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 1.32% แตะที่ 0.7279 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7184 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์

ดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในระหว่างวันและดีดขึ้นมาย่ำฐานทรงตัวเมื่อเทียบกับเงินยูโรและปอนด์ หลังจากธนาคารกลางอังกฤษประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% ตามความคาดหมายในการประชุมเมื่อวานนี้ และระบุว่าจะดำเนินการซื้อสินทรัพย์ที่ระดับ 2 แสนล้านปอนด์ ต่อไป

คณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายของธนาคารอังกฤษระบุว่า ธนาคารกลางมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงอย่างน้อยในเดือน ก.พ และย่ำว่าโครงการซื้อสินทรัพจะสิ้นสุดลงตามกำหนด

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าในเดือน ต.ค. ลดลงเหลือ 3.29 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสวนทางกับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากยอดส่งออกเดือน ต.ค. พุ่งขึ้น 2.5% ทำสถิติเพิ่มขึ้นตืดต่อกันเป็นเดือนที่ 6

ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการในระหว่างว่างงานร่วงลงแตะระดับ 474000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี และทำสถิติลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียทะยานขึ้นแข็งแกร่งหลังธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 3.75% ขณะที่ตัวเลขจ้างงานเดือน พ.ย. ของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 31200 ตำแหน่งจากเดือนต.ค. พร้อมทำสถิติขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากบริษัทเอกชนหลายแห่งเพิ่มการจ้างงานมากขึ้น ส่วนอัตราว่างงานขยับลดลงจากระดับ 5.8% ไปอยู่ที่ 5.7%

คำถาม
1.ทำไมดอลลาร์สหรัฐจึงได้รับแรงกดดันจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ
2.ทำไมจำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการจึงมีจำนวนนอยลง
3.ทำไมค่าเงินดอลลาร์ของออสเตรเลียจึงทะยานแข็งแกร่งขึ้น